ย้อนรอย 5 ใบแดงสุดฉาว!!! จากศึกฟุตบอลโลก

เดวิด เบ็คแฮม (David Beckham) : ฟุตบอลโลก 1998

อังกฤษ และ อาร์เจนติน่า มีปัญหาในเรื่องของการเมืองที่เป็นข้อพิพาทเกี่ยวกับสิทธิการครอบครองหมู่เกาะ ฟอล์คเลนด์ส มาตั้งแต่ปี 1982 ดังนั้นการโคจรมาพบกันในศึก ฟุตบอลโลก ฟร้องค์ 98 ประเทศฝรั่งเศส รูปเกมจึงออกมาค่อนข้างเดือดตอดเล็กตอดน้อยตัดฟาล์วกันอยู่หลายจังหวะ…จนมาถึงไฮไลท์เด่นนาที 47 จากจังหวะที่ ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ กองกลางกัปตันทีมฟ้าขาว ตั้งใจตัดฟาล์ว เดวิด เบ็คแฮม ก่อนจะโดน สุดหล่อ แอบเตะไปหนึ่งที แน่นอนว่าด้วยเหลี่ยมที่แสนเจ้าเล่ห์ของ ซิเมโอเน่ ที่โอดโอยขอความเห็นใจส่งผลให้ คิม มิลตัน นีลเซ่น กรรมการแมตช์นั้นไม่รอช้าแจกใบแดงไล่ เบ็คแฮม ออกจากสนามทันที…ซึ่งเกมนั้นจบลงหลังต่อเวลาครบ 120 นาที 2-2 แต่พลพรรค สิงโตคำราม แพ้ในการดวลลูกจุดโทษตกรอบไปด้วยสกอร์ 3-5 หลังจากกลับบ้านเกิดด้วยความผิดหวัง เจ้าพ่อฟรีคิก ถูกแฟนบอลโห่ใส่นานพอดูเลยทีเดียว

สล็อตออนไลน์

โลร็องต์ บล็องก์ (Laurent Blanc) : ฟุตบอลโลก 1998

เจ้าภาพในปีนั้นอย่าง ตราไก่ ต้องมาเจอบอลเหนียวเคี้ยวยากอย่าง โครแอต ที่เข้ารอบรองชนะเลิศมาแบบม้ามืดในศึก ฟร้องค์ 98 ต่างฝ่ายต่างเล่นกันเต็มที่แบบไม่มีใครยอมใคร…ก่อนมาถึงจุดไคลแม็กซ์ของเกมนาทีที่ 74 เป็นจังหวะที่ โลร็องต์ บล็องก์ ฝ่ายน้ำเงิน กำลังนัวมือป่ายไปมากับ สลาเวน บิลิช ฝ่ายแดง เพื่อชิงเหลี่ยมแย่งพื้นที่ในกรอบเขตโทษ ปรากฏว่าเป็น บล็องก์ ที่อารมณ์หลุดก่อน…เอามือตบหน้า ป้าบเข้าให้!!! ใส่ บิลิช ไปหนึ่งดอก สุดท้ายเหตุการณ์ดังกล่าวไม่รอดพ้นสายตาของ โฆเซ่ มาเรีย การ์เซีย–อรานด้า ผู้ตัดสินนัดนั้นที่ตัดสินใจแจกใบแดงให้กองหลังเฟร้นช์แมนออกไปพักแก้หัวร้อนทันที…โชคดีที่ท้ายที่สุดแล้ว ฝรั่งเศส เบียดเอาชนะ โครเอเชีย ไปได้หวุดหวิดด้วยสกอร์ 2-1 แต่ว่า บล็องก์ ก็ติดโทษแบนอดลงสนามในนัดชิงชนะเลิศที่สร้างประวัติศาสตร์ล้มยักษ์อย่าง บราซิล ไปขาดลอย 3-0

เวย์น รูนี่ย์ (Wayne Rooney) : ฟุตบอลโลก 2006

jumboslot

อังกฤษ และ โปรตุเกส ต้องโคจรมาพบกันในรอบ 8 ทีมสุดท้ายในศึก ฟุตบอลโลก 2006 ที่ประเทศเยอรมัน ซึ่งรูปเกมของทั้งสองทีมในวันนั้นค่อนข้างอึดอัดต่างเน้นไปที่เกมรับไว้ก่อนเป็นอันดับแรก และมีการตัดฟาล์วบ่อยครั้ง…จนมาถึงจังหวะสำคัญในนาที่ 62 จากจังหวะที่ เวย์น รูนี่ย์ กองหน้าเลือดเดือด พยายามชิงจังหวะครอบครองบอลกับ ริคาร์โด้ คาร์วัลโญ่ กองหลังจอมเก๋าแดนฝอยทอง หลังจากที่ตอดกันไปมาอยู่หลายจังหวะก็เป็น หมูรูน ที่อารมณ์หลุดก่อนด้วยการไปย่ำใส่ ริคกี้ แบบน่าเกลียด…แต่สิ่งที่น่าจับตามอง คือ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เพื่อนร่วมสโมสรที่ต้องเป็นศัตรูกันชั่วคราวที่วิ่งมาชาร์จผู้ตัดสินในเกมนั้นอย่าง โฮราชิโอ เอริซอนโด้ อย่างรวดเร็วราวกับ The Flash…แน่นอนว่า รูนี่ย์ ถูกชัดใบแดงไล่ออกจากสนามไปทันที และทาง โรนัลโด้ เองเมื่อเห็นว่าปิดจ็อบได้แล้ว ก็ขยิบตาให้ม้านั่งสำรองรับรู้ว่า “ภารกิจเสร็จสิ้นแล้ว” เกมนั้นจบลงหลังต่อเวลาพิเศษ 0-0 และกลายเป็น โปรตุเกส ที่เอาชนะในการยิงจุดโทษไปได้ 3-1 ซึ่งภายหลัง รูนี่ย์ เปิดเผยว่า “ผมไม่ได้โกรธเคือง โรนัลโด้ ที่ทำแบบนั้นเลย และถ้าเป็นผมเองก็อาจเลือกทำแบบเดียวกันก็เป็นได้“

ซีเนอดีน ซีดาน (Zinedine Zidane) : ฟุตบอลโลก 2006

เครดิตฟรี

เหตุการณ์สุดคลาสสิคนี้เกิดขึ้นในนัดชิงชนะเลิศของศึก ฟุตบอลโลก 2006 ที่ประเทศเยอรมัน โดยเป็นการโคจรมาเจอกันระหว่าง ฝรั่งเศส และ อิตาลี ซึ่งทั้งสองทีมต่างสู้กันได้แบบเมามันหมัดต่อหมัด…ซีเนอดีน ซีดาน ชิพจุดโทษสุดคลาสสิคใ้ห้ ตราไก่ ออกนำไปก่อน 1-0 หลังจากนั้น มาร์โก มาเตรัซซี่ ก็มาโหม่งตีเสมอให้ทัพ อัซซูรี่ ไล่ตามมาเป็น 1-1 จนเกมล่วงเลยเข้ามาถึงช่วงต่อเวลาพิเศษนาทีที่ 110 จังจังหวะที่ มาเตรัซซี่ ประกบกับ ซีดาน แล้วมีการดึงเสื้อเกิดขึ้น…ด้วยความเก๋า ซิซู ก็บอกไปว่า “ถ้าเอ็งอยากได้เสื้อข้านัก…รอหลังจบเกมก็ได้” แต่ทาง มาเตรัซซี่ ก็ตอบโต้ได้อย่างแสบสันต์ว่า “ข้าไม่อยากได้เสื้อเอ็ง…แต่อยากได้พี่สาวเอ็งมากกว่าว่ะ” พอจบประโยคนั้นไม่นานนัก ซีดาน จัดการเอาหัวโขกใส่ มาเตรัซซี่ ในบัดดล ส่งผลให้ โฮราชิโอ เอริซอนโด้ จัดการควักใบแดงไล่เพลย์เมคเกอร์หัวไข่ดาวออกไปสงบสติอารมณ์นอกสนามทันที…สุดท้ายแล้ว อิตาลี คว้าแชมป์โลกไปครองได้สำเร็จด้วยการดวลจุดโทษชนะไปด้วยสกอร์ 5-3…อย่างไรก็ตาม ซีดาน ยังได้รับรางวัลปลอบใจเป็น ลูกบอลทองคำ สำหรับผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำการแข่งขันไปครองได้สำเร็จ

หลุยส์ ซัวเรซ (Luis Suarez) : ฟุตบอลโลก 2010

สล็อต

ศึก ฟุตบอลโลก 2010 รอบ 8 ทีมสุดท้าย เป็นการโคจรมาพบกันของ อุรุกวัย และ กาน่า ซึ่งตามหน้าเสื่อแล้วดูเหมือนว่า จอมโหด จะเหนือกว่าอยู่พอสมควร เพราะเต็มไปด้วยนักเตะดาวดังที่เล่นอยู่ในลีกชั้นนำของยุโรป รูปเกมของทั้งสองทีมนั้นสู้กันได้อย่างสนุกจนเข้าสู่ช่วงต่อเวลา…แล้วเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นจากจังหวะที่ กาน่า ได้บุกใส่บอลชุลมุนอยู่ในกรอบเขตโทษ อุรุกวัย แล้วเป็น โดมินิก อาดิเยียห์ กระโดดโหม่งบอลกำลังจะข้ามเส้นเข้าประตู แต่ทันใดนั้น หลุยส์ ซัวเรซ ตัดสินใจใช้สองมือปัดบอลออกมาแบบตั้งใจเพื่อช่วยทีมต่อลมหายใจสุดท้าย โอเลการิโอ เบนเกเรนช่า ผู้ตัดสินชาวโปรตุเกสตัดสินใจชักใบแดงไล่ศูนย์หน้าฟันกระต่ายออกจากสนามทันที…ท้ายที่สุดแล้วการเสียสละของ ซัวเรซ นั้นคุ้มค่าเพราะว่า จอมโหด สามารถเอาชนะในการดวลจุดโทษไปได้ด้วยสกอร์ 4-2 และจบการแข่งขันด้วยการคว้าอันดับที่ 4 ได้สำเร็จ