แข้งดังที่หวนกลับไปเล่นกับทีมเก่า

  1. เธียร์รี่ อองรี
    หลังใช้เวลา 5 ปี กับทั้ง บาร์เซโลนา และนิวยอร์ก เร้ดบูลล์ส อองรี หวนกลับสู่สโมสรที่เปรียบเสมือนอู่ข้าวอู่น้ำอย่าง อาร์เซน่อล อีกครั้งในเดือนมกราคมปี 2012 ด้วยสัญญายืมตัวฉุกเฉินระยะสั้นเป็นเวลา 2 เดือน

ตำนานกองหน้าทีมชาติฝรั่งเศส ซึ่งทำสถิติเป็นผู้ทำประตูสูงสุดตลอดกลาลของ อาร์เซน่อล ได้ประเดิมสนามในการหวนกลับมาสู่ทีมในเกมเอฟเอ คัพ รอบ 3 ที่ “ไอ้ปืนใหญ่” เฉือนเอาชนะ ลีดส์ ยูไนเต็ด 1-0 โดยที่ อองรี เป็นคนซัดประตูชัยในนาทีที่ 68

การกลับมาเล่นกับ อาร์เซน่อล ครั้งที่ 2 นั้น อองรี ลงสนามไปรวมทุกรายการ 7 เกม ซัดไป 2 ประตู และหากนับสกอร์ทั้งหมดที่เขาผลิตให้กับ “เดอะ กันเนอร์ส” เป็นจำนวนรวมถึง 226 ประตูเลยทีเดียว

สล็อตออนไลน์

  1. ปอล ป็อกบา
    มิดฟิลด์ทีมชาติฝรั่งเศส ย้ายจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปเล่นกับ ยูเวนตุส แบบไร้ค่าตัวในซัมเมอร์ปี 2012 และ “ปีศาจแดง” ต้องทุ่มเงินมากถึง 89 ล้านปอนด์ เพื่อดึงตัวเขากลับไปยังถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด ในปี 2016

ปัจจุบัน ป็อกบา ยังคงเป็นกำลังสำคัญของ แมนฯ ยูไนเต็ด พร้อมกับพาทีมคว้าแชมป์ลีก คัพ 1 สมัย และแชมป์ยูโรป้า ลีก 1 สมัย

  1. เคราร์ด ปิเก้
    ปิเก้ ก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตั้งแต่ปี 2004 แต่เขาแทบไม่มีโอกาสลงสนามมากนักเพราะต้องตกเป็นตัวสำรองของ ริโอ เฟอร์ดินานด์ และ เนมานย่า วิดิช 2 เซ็นเตอร์ฮาล์ฟจอมแกร่ง “ปีศาจแดง”

jumboslot

ในปี 2008 บาร์เซโลน่า ซึ่งเป็นอดีตทีมเก่าของ ปิเก้ คว้าตัวเขากลับไปร่วมทีมด้วยค่าตัวเพียง 5 ล้านปอนด์ และจากนั้น กองหลังทีมชาติสเปน ก็กลายเป็นตัวหลักของ “เจ้าบุญทุ่ม” ร่วมกับ การ์เลส ปูโยล พร้อมกับโกยความสำเร็จนับไม่ถ้วน

  1. เชส ฟาเบรกาส
    อีกหนึ่งผลผลิตของ “ลา มาเซีย” ฟาเบรกาส ย้ายจาก บาร์เซโลน่า มาเล่นกับ อาร์เซน่อล ในปี 2003 จากนั้น เจ้าตัวแจ้งเกิดกับ “ไอ้ปืนใหญ่” ได้อย่างน่าประทับใจก่อนจะย้ายกลับไปยังถิ่นคัมป์ นู ในซัมเมอร์ปี 2011

อย่างไรก็ตาม ฟาเบรกาส ไม่ประสบความสำเร็จกับ บาร์เซโลน่า มากนัก และถึงแม้จะคว้าแชมป์ร่วมกับทีมมากมาย แต่เขาก็ต้องตกเป็นตัวสำรองของ ชาบี เอร์นานเดซ และอันเดรส อิเนียสต้า เสียเป็นส่วนใหญ่ ก่อนจะถูกขายให้กับ เชลซี ในปี 2014

เครดิตฟรี

  1. ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา
    หลายคนอาจลืมไปแล้วว่า ดร็อกบา ค้าแข้งกับ เชลซี 2 ช่วง โดยช่วงแรกระหว่างปี 2004-2012 ซึ่งเขาประสบความสำเร็จอย่างมากมาย และช่วงที่ 2 ในฤดูกาล 2014-2015 ดาวยิงชาวไอโวรี่ โคสต์ ก็ยังพา “สิงโตน้ำเงินคราม” คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกส่งท้ายได้สำเร็จ

ปัจจุบัน ดร็อกบา วัย 42 ปี กำลังเดินตามความใฝ่ฝันของตัวเองด้วยกาสมัครลงชิงตำแหน่งประธานสหพันธ์ฟุตบอล ไอวอรี่ โคสต์ เพื่อพัฒนาวงการลูกหนังบ้านเกิดในอนาคตต่อไป

  1. ดิเอโก คอสต้า
    ในตอนท้ายซัมเมอร์อันแสนวุ่นวายในปี 2017 คอสต้า ต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบากหลังได้รับข้อความจาก อันโตนิโอ คอนเต้ อดีตกุนซือชาวอิตาเลี่ยน ของ เชลซี ว่า เขาไม่อยู่ในแผนการทำทีมสำหรับฤดูกาลใหม่

คอสต้า ต้องทนอยู่ในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ นานหลายเดือนก่อนจะถูกปล่อยตัวให้กับต้นสังกัดเก่าอย่าง แอตเลติโก มาดริด อีกครั้งในตลาดนักเตะเดือนมกราคม 2018 ซึ่งหลังกลับไปเล่นกับ “ตราหมี” จนถึงเวลานี้ กองหน้าวัย 31 ปี ก็ฟอร์มฝืดอย่างหนักยิงไปเพียง 17 ประตู จาก 74 เกมรวมทุกรายการ

สล็อต

  1. เฟร์นานโด ตอร์เรส
    ในเดือนมกราคมปี 2015 แฟนบอล แอตเลตโก มาดริด กว่า 45,000 คน มาร่วมเป็นสักขีพยานการกลับมาของ ตอร์เรส ซึ่งเปรียบเสมือนฮีโร่ของพวกเขาที่ย้ายมาจาก เอซี มิลาน ด้วยสัญญายืมตัว

หัวหอกฉายา “เอล นินโญ่” เป็นเด็กปั้นของ แอตเลติโก ที่แจ้งเกิดกับทีมชุดใหญ่ในปี 2000 และอยู่กับสโมสรนานถึง 7 ปี ก่อนจะย้ายไปเล่นกับ ลิเวอร์พูล, เชลซี, มิลาน และกลับมายังทัพ “ตราหมี” อีกครั้ง โดยในปี 2018 ตอร์เรส อำลาสโมสรย้ายไปเล่นกับ ซางัน โทสุ ในญี่ปุ่น และแขวนสตั๊ดไปเมื่อปีที่แล้ว

  1. เวย์น รูนี่ย์
    หลังแจ้งเกิดกับ เอฟเวอร์ตัน ในปี 2002 ได้สำเร็จ พลพรรค “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” ต้องรอคอยนานถึง 13 ปี ก่อนจะคว้าตัว รูนี่ย์ กลับไปยังถิ่นกูดิสัน ปาร์ค ได้สำเร็จ

อดีตหัวหอกทีมชาติอังกฤษ ย้ายออกจาก เอฟเวอร์ตัน ไปร่วมทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อปี 2004 พร้อมกับพา “ปีศาจแดง” ประสบความสำเร็จมากมายด้วยการคว้าแชมป์รายการใหญ่อย่าง พรีเมียร์ลีก 5 สมัย และ ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก 1 สมัย

ในซัมเมอร์ปี 2017 รูนี่ย์ วัย 31 ปี กลับสู่ เอฟเวอร์ตัน อีกครั้ง และอยู่กับทีมเป็นเวลา 1 ฤดูกาล ก่อนจะย้ายไปยัง ดีซี ยูไนเต็ด และมาเล่นกับ ดาร์บี้ เคาน์ตี้ ในเวลานี้

  1. ซลาตัน อิบราฮิโมวิช
    ยอดกองหน้าชาวสวีเดน เซ็นสัญญากับ เอซี มิลาน เป็นครั้งแรกในช่วงฤดูร้อนปี 2010 ด้วยสัญญายืมตัวจาก บาร์เซโลน่า เป็นเวลา 1 ฤดูกาล หลังไม่ประสบความสำเร็จกับ “เจ้าบุญทุ่ม” ในยุค เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เทรนเนอร์ชาวสเปน

หลังปีแรกซัดไป 14 ประตู จาก 29 เกมในศึกเซเรีย อา มิลาน ก็คว้าตัว อิบราฮิโมวิช ไปร่วมทีมเป็นการถาวร และ “อบิรา” ก็ตอบแทนพลพรรค “ปีศาจแดงดำ” ด้วยการคว้ารางวัลดาวซัลโวในลีกจากผลงาน 28 ประตู จาก 32 เกม ในฤดูกาล 2011-2012

  1. มัทส์ ฮุมเมลส์
    เส้นทางอาชีพของ ฮุมเมลส์ ค่อนข้างซับซ้อนเล็กน้อย เขาเคยเป็นนักเตะเยาวชนของ บาเยิร์น มิวนิค แต่ไม่มีโอกาสลงสนามกับทีมชุดใหญ่จึงทำให้ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ คว้าตัวไปร่วมทีมเมื่อปี 2009 และแจ้งเกิดกับ “เสือเหลือง” ได้อย่างยอดเยี่ยม

ในปี 2016 บาเยิร์น คว้าตัว ฮุมเมลส์ กลับไปร่วมทีมอีกครั้ง และเขาก็พา “เสือใต้” ประสบความสำเร็จอย่างมากมาย จากนั้น ในปี 2019 กองหลังทีมชาติเยอรมัน ก็ย้ายไปยัง ดอร์ทมุนด์ และเป็นผู้บัญชาการเกมรับของ “เสือเหลือง” จนถึง ณ เวลานี้

  1. มาริโอ เกิตเซ่
    เส้นทางของ เกิตเซ่ คล้ายกับ มัทส์ ฮุมเมลส์ อยู่พอสมควร แต่เขาเป็นเด็กลูกหม้อขนานแท้ของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ที่แจ้งเกิดในยุค เจอร์เก้น คล็อปป์ ก่อนที่ บาเยิร์น มิวนิค จะทุ่มเงิน 37 ล้านยูโร คว้าตัวไปเสริมทัพในปี 2013

เกิตเซ่ ใช้เวลา 3 ปี กับ บาเยิร์น ก่อนจะกลับไปค้าแข้งกับ ดอร์ทมุนด์ อีกครั้ง และตอนนี้ในวัย 28 ปี เขาย้ายไปเล่นกับ พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น ในฮอลแลนด์แบบไร้ค่าตัว

  1. แกเร็ธ เบล
    ปีกทีมชาติเวลส์ เป็นเด็กปั้นของ เซาธ์แฮมป์ตัน ก่อนจะย้ายไปยัง ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ในปี 2007 และแจ้งเกิดอย่างเต็มตัวกับ “ไก่เดือยทอง” ต่อมาในปี 2013 เรอัล มาดริด ทุ่มเงิน 85.3 ล้านปอนด์ คว้าตัวเขาไปยังถิ่นซานติอาโก้ เบอร์นาบิว

เบล อยู่กับ มาดริด นานถึง 6 ปี พร้อมประสบความสำเร็จกับทีมมากมาย แต่ในระยะหลังเขาไม่อยู่ในแผนการทำทีมของ ซีเนอดีน ซีดาน กุนซือชาวฝรั่งเศส จึงทำให้เจ้าตัวตัดสินใจย้ายกลับมาเล่นกับ สเปอร์ส อีกครั้งด้วยสัญญายืมตัวในฤดูกาลนี้

  1. คาร์ลอส เตเบซ
    หลังแจ้งเกิดกับทีมชุดใหญ่ของ โบค่า จูเนียร์ส ได้ในปี 2001 เตเบซ ก็อยู่กับสโมสรจนถึงปี 2004 ก่อนจะะย้ายไปยัง โครินเธียนส์ ในลีกบราซิลเป็นเวลา 1 ฤดูกาล จากนั้น ดาวยิงชาวอาร์เจนไตน์ ก็ข้ามฟากไปเล่นในยุโรปกับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, แมนแชสเตอร์ ซิตี้ และยูเวนตุส

เตเบซ อำลา ยูเวนตุส กลับไปเล่นกับ โบค่า จูเนียร์ส ในปี 2015 และมีช่วงเวลาสั้นๆในการย้ายไปเล่นกับ เซี่ยงไฮ้ เสินหัว ในไชนีส ซุเปอร์ลีก แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จนัก และต้องกลับมาเล่นกับ โบค่า จูเนียร์ส อีกครั้งในปี 2018 จนถึงปัจจุบัน

  1. จานลุยจิ บุฟฟ่อน
    บุฟฟอน แจ้งเกิดกับทีมชุดใหญ่ของ ปาร์ม่า ในปี 1995 ก่อนจะย้ายไปสู่ ยูเวนตุส ด้วยค่าตัวเป็นสถิติโลกสำหรับตำแหน่งผู้รักษาประตู 52 ล้านยูโร ในปี 2001 จากนั้น เขาก็อยู่เฝ้าเสากับ “เจ้าม้าลาย” มาจนถึงปี 2017 และเซ็นสัญญากับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง เป็นเวลา 1 ฤดูกาล

ในปี 2019 ตำนานนายทวารทีมชาติอิตาลีวัย 42 ปี ย้ายกลับสู่ ยูเวนตุส อีกครั้ง พร้อมรับบทบาทเป็นแบ็คอัพให้กับ “เจ้าม้าลาย” จนถึงตอนนี้

  1. เนมานย่า มาติช
    ห้องเครื่องทีมชาติเซอร์เบีย เคยค้าแข้งกับ เชลซี ในระหว่างปี 2009-2011 แต่เจ้าตัวไม่มีโอกาสลงสนามให้กับทีมชุดใหญ่เลยจนถูกปล่อยให้กับ วิเทสส์ อาร์เน่ ยืมตัวไปใช้งานก่อนจะไปแจ้งเกิดอย่างเต็มตัวกับ เบนฟิก้า

ในปี 2013 มาติช ย้ายกลับมายังถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ อีกครั้ง พร้อมกับยึดตำแหน่งตัวจริงในแดนกลางของ เชลซี ได้ทันที จากนั้น ในปี 2017 ดาวเตะวัย 32 ปี ก็ถูกขายให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

  1. ธีโอ วัลคอตต์
    หลังแจ้งเกิดกับ เซาธ์แฮมป์ตัน ในปี 2005 วัลคอตต์ อำลาทัพ “นักบุญ” ย้ายไปเล่นกับ อาร์เซน่อล ในปี 2006 และค้าแข้งกับพลพรรค “ไอ้ปืนใหญ่” จนถึงฤดูกาล 2017 พร้อมฝากผลงานซัดไป 108 ประตู จาก 397 เกมรวมทุกรายการ

ในเดือนมกราคมปี 2018 ปีกชาวอังกฤษ ตัดสินใจย้ายจาก อาร์เซน่อล ไปเล่นกับ เอฟเวอร์ตัน และอยู่กับ “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” มาจนถึงซัมเมอร์นี้ โดยก่อนตลาดปิดตัวลง วัลคอตต์ เลือกจะย้ายกลับไปเล่นกับ เซาธ์แฮมป์ตัน อีกคำรบด้วยสัญญายืมตัว

  1. อดีตนักเตะทีมชาติฮอลแลนด์
    แน่นอนว่า มันไม่ใช่นักเตะดัตช์ทุกคนที่จะกลับไปค้าแข้งกับสโมสรในวัยเด็กของพวกเขา แต่ส่วนใหญ่แล้วพลพรรค “กังหันสีส้ม” ก็เลือกที่จะกลับไปแขวนสตั๊ดกับทีมที่ปลุกปั้นพวกเขาขึ้นมา

เดิร์ค เค้าท์ กับ โรบิน ฟาน เพอร์ซีย์ หลังโด่งดังกับ ลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็กลับไปเล่นกับ ควิกส์ บอยส์ และ เฟเยนูร์ด ตามลำดับ ส่วน อาร์เยน ร็อบเบน ในวัย 36 ปี หลังประสบความสำเร็จกับ เชลซี, เรอัล มาดริด และ บาเยิร์น มิวนิค ก็กลับไปยัง โกริงเก้น อีกครั้ง