คุณรู้ไม๊คะว่า ชื่อการแข่งขันชิงแชมป์อเมริกันฟุตบอล “Super Bowl” มีที่มาอย่างไร

เมื่อครั้งที่มีการประกาศรวม NFL-AFL เข้าด้วยกัน ได้มีการพูดคุยกันถึงตำแหน่งชนะเลิศของการแข่งขันระหว่างทีมที่เป็นผู้ชนะในการแข่งขันระหว่างกีฬาสองสายนี้ กลุ่มคน 7 คนได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ในเรื่องนี้ ในระหว่างการประชุม เกิดมีการสับสนเมื่อใครบางคนมีการพูดถึง “การแข่งขันชิงชนะเลิศ” เนื่องจากว่าคนอื่นๆไม่รู้ว่าเขากำลังพูดถึงการแข่งขันชิงชนะเลิศในสายหรือการแข่งขันสุดท้ายซึ่งยังไม่มีการตั้งชื่อ ดังนั้นเพื่อยุติความสันสน หัวหน้าผู้ก่อตั้งแคนซัสซิตี้ นาย ลามา ฮั้น จึงกล่าวติดตลกถึงการชิงชนะเลิศครั้งสุดท้ายว่าเป็นการแข่ง “ซุปเปอร์โบลว์” เขานึกถึงชื่อนี้ขึ้นมาได้ในขณะที่กำลังดูลูกๆเล่นเกมส์ที่อยู่ในรูปด้านล่าง

สล็อตออนไลน์

ชื่อ “ซุปเปอร์โบลว์” เป็นชื่อที่ใช้เรียกการแข่งขันนี้อยู่หลายเดือน ถึงแม้ว่านายฮั้นเองจะบอกว่าชื่อนี้มัน “ตลกมากเกินไป” ที่จะใช้เรียกการแข่งขันที่สำคัญนี้ ในช่วงกลางปี 1966 เขาได้เขียนจดหมายถึงกรรมการจัดการแข่งขัน คือนาย Pete Rozelle และกล่าวว่ากลุ่มทำงานต้องการชื่อที่เป็นทางการของการแข่งขันนี้ ข้อความตอนหนึ่งว่า “หากเป็นไปได้ ผมเชื่อว่าเราควรจะตั้งชื่อสำหรับการแข่งขันชิงชนะเลิศ …. ผมได้เรียกสนุกๆว่า “ซุปเปอร์โบลว์” ซึ่งแน่นอนว่าสามารถที่จะปรับปรุงให้ฟังดีกว่าเดิมได้”

jumboslot

นาย Pete Rozelle เห็นด้วย ผู้บริหารด้านการประชาสัมพันธ์ของการแข่งขันจึงท้าวความว่าคณะกรรมการคิดว่าคำว่า “ซุปเปอร์” มันดูจะด้อยๆไปหน่อยด้วยฟังดูแล้วไม่ทันสมัย นาย Pete Rozelle มีประวัติในเรื่องของการเป็นคนที่ “เนี๊ยบในเรื่องของการใช้คำและไวยากรณ์” และ “การแข่งขันจะใช้ชื่อว่า “การแข่งขันชิงแช้มป์โลกระหว่าง AFL-NFL ” ”

เครดิตฟรี

แต่ชื่อที่ยาวเหยียดนี้อยู่ได้ไม่นาน ผู้คนชอบใจชื่อที่นาย ฮั๊น เรียกเกมส์นี้มากกว่า ในไม่ช้าสื่อต่างๆไปจนถึงผู้เล่นเองก็เรียกการแข่งขันเกมส์นี้ว่า “the Super Bowl.” ถึงกระนั้นทางฝ่าย NFL ก็ยอมรับชื่อนี้ได้ช้ากว่า เมื่อมีการแข่งขันถึงครั้งที่ 3 คำว่า “ซุปเปอร์โบลว์” จึงได้ปรากฏขึ้นในโปรแกรมการแข่งขันอย่างเป็นทางการ และครั้งที่ 4 คำนี้ได้ปรากฏอยู่บนตั๋วเข้าชมการแข่งขัน

สล็อต

ดังที่ได้กล่าวมาแล้วในเบื้องต้น เรื่องนี้มาจากเนื้อหาที่สุดยอดของบทความใน “กีฬาของอเมริกา : มหากาพย์แห่งตำนานของกีฬาฟุตบอลอาชีพที่เข้ามาครอบครองประเทศนี้” จากบล๊อกของนาย Michael MacCambridge