หมดยุค! 5 ดาวดังที่ไม่ไหวจะฉายแสงในยุคนี้

  1. เชส ฟาเบรกาส โมนาโก
    ย้อนไปเมื่อศตวรรษที่ผ่านมาทีมชาติสเปนได้ผลิตแข้งเวิลด์คลาสมาประดับวงการมากมาย ซึ่ง เชส ฟาเบรกาส ก็จัดเป็นหนึ่งในนั้น
    มิดฟิลด์เลือดกระทิงรายนี้เป็นส่วนหนึ่งในทีมชาติสเปนชุดคว้าแชมป์โลกและแชมป์ยูโรสองสมัย ซึ่งเขาสร้างชื่อเสียงจนขึ้นแท่นเป็นกองกลางระดับเวิลด์คลาสร่วมกับสโมสรดังอย่าง อาร์เซน่อล บาร์เซโลน่า และเชลซี โดยเขามีสถิติแอสซิสถึง 111 ครั้งในศุึก พรีเมียร์ ลีก หลังจากสร้างชื่อเสียงจนดังกระฉ่อนร่วมกับสโมสรยักษ์ใหญ่ ฟาเบรกาส ก็ได้ย้ายไปร่วมงานกับอดีตเพื่อนร่วมทีมอย่าง เธียร์รี่ อองรี (ที่ถูกปลดจากตำแหน่งกุนซือหลังเจอหน้ากันไม่นาน) ที่ โมนาโก สโมสรจากลีก เอิง อย่างไรก็ตามด้วยชื่อเสียงที่สั่งสมมาทำให้เขาพอจะได้โอกาสกับสโมสรใหม่อยู่บ้าง แต่ดูเหมือนว่าการย้ายทีมครั้งนี้เขาไม่ได้เอาการจ่ายบอลอันเฉียบขาดตามมาด้วย เพราะที่ผ่านมาเขาทำไปเพียงแค่ 5 แอสซิสเท่านั้น

สล็อตออนไลน์

  1. ฟร็องก์ ริเบรี่ ฟิออเรนติน่า
    การที่ บาเยิร์น มิวนิค กลายเป็นทีมที่น่ากลัวที่สุดในยุโรปทีมหนึ่ง ก็คงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเป็นเพราะ ฟร็องก์ ริเบรี่ ปีกจอมพริ้วที่เป็นกำลังสำคัญในการพาทีมคว้าทริปเปิ้ลแชมป์ในปี 2013 และทำให้ทีมเสือใต้กลายเป็นทีมจากเยอรมันทีมแรกที่ทำสถิตินี้ได้ ปีกเลือดน้ำหอมใช้เวลากว่า 12 ปีร่วมกับ บาเยิร์น มิวนิค และเขาทำไปถึง 120 แอสซิส กับอีก 86 ประตูในศึกบุนเดสลีก้า และการจับคู่ของเขากับ อาร์เยน ร็อบเบน ทำให้ทัพเสือใต้มีผู้เล่นริมเส้นที่น่ากลัวมากที่สุดทั้งสองฟากฝั่ง หลังจากโชว์ผลงานอย่างโดดเด่นในปี 2013 เขาได้ขึ้นแท่นเป็นอีกหนึ่งคนที่เข้าชิงรางวัลบัลลง ดอร์ ร่วมกับ ลิโอเนล เมสซี่ และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ จุดพลิกผันมันเริ่มต้นขึ้นตอนย้ายไปร่วมงานกับ ฟิออเรนติน่า เขาช่วยม่วงมหากาฬทำได้เพียง 3 ประตูในทุกรายการ ซึ่งผิดจากมาตรฐานเดิมไปมาก อย่างไรก็ตาม ริเบรี่ เคยให้สัมภาษณ์ว่าอยากกลับไปโลดแล่นใน บุนเดสลีก้า อีกครั้ง ซึ่งดูเหมือนว่าด้วยวัย 37 และผลงานในขณะนี้อาจทำให้เขาต้องกลับไปคิใหม่อีกที

jumboslot

  1. จอร์โจ้ คิเอลลินี่ ยูเวนตุส
    ด้วยสไตล์การเล่นที่ดุดันและเด็ดขาดของ จอร์โจ้ คิเอลลินี่ ทำให้เขากลายเป็นกำแพงอันแข็งแกร่งที่ประจำการอยู่ในแดนหลังของทัพม้าลาย ยุคสมัยที่รุ่งโรจน์ของปราการหลังคนนี้กินเวลาอยู่นานก่อนที่อาการบาดเจ็บจะเริ่มถามหาเป็นระยะตามสังขาร และแม้ว่าเขาจะมีปัญหาอาการบาดเจ็บคอยตามเล่นงาน แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เขาฟิตพร้อมลงสนาม อันเดรีย ปีร์โล่ ก็จะหยิบเขามาเป็นหนึ่งในตัวเลือกไว้ใช้งาน อาจเป็นเพราะว่าอาการบาดเจ็บบวกกับสไตล์การเล่นสุดเก๋ามันย้อนกลับมาทำร้ายตัวเขาเอง เพราะบางทีรูปแบบการเล่นของ คิเอลลินี่ มันเริ่มใช้ไม่ได้กับเกมยุคใหม่ที่แม้แต่กองหลังก็ยังต้องมีทักษะในการควบคุมบอลพอสมควร ซึ่งนี่อาจเป็นสาเหตุที่ปราการหลังคนนี้ลงสนามให้ทัพม้าลายไปเพียง 12 นัดในทุกรายการตั้งแต่ฤดูกาลที่ผ่านมา

เครดิตฟรี

  1. เซร์คิโอ บุสเกตส์ บาร์เซโลน่า
    เมื่อพูดถึงมิดฟิลด์ตัวรับแล้วชื่อของ เซร์คิโอ บุสเกตส์ มักจะปรากฏขึ้นในใจใครหลายคน เพราะมีเพียงนักเตะในตำแหน่งเดียวกันไม่กี่คนเท่านั้นที่จะสมบูรณ์แบบได้เท่าเขา บุสเกตส์ คือหนึ่งในผลผลิตชั้นเลิศจาก ลา มาเซีย และเป็นอีกหนึ่งผู้เล่นที่ บาร์เซโลน่า ใช้ประโยชน์จากเขาได้มากสุดคนหนึ่ง เพราะตลอด 13 ปีในทีมชุดใหญ่เขานี่แหละคือชายที่อยู่ทุกความสำเร็จของทัพต่างดาว หากจะเรียกว่ายุคนี้เป็นยุคที่มิดฟิลด์อย่าง บุสเกตส์ หมดประโยชน์แล้วก็คงจะไม่ได้ เพราะเขายังคงได้รับโอกาสลงงสนามอยู่บ้าง แต่ด้วยสถิติมันชี้ชัดเลยว่าตลอด 1,100 นาทีในฤดูกาลนี้ นอกเหนือการจ่ายบอลอันแม่นยำถึง 91 เปอร์เซ็นต์ ผลงานด้านอื่นๆ ของเขานั้นต่ำกว่ามาตรฐานมากๆ ในฐานะผู้เล่นมิดฟิลด์ตัวรับแล้ว บุสเกตส์ ตัดบอลได้เพียง 1 ครั้งต่อเกม ในขณะที่ คาเซมีโร่ จาก เรอัล มาดริด ทำได้มากกว่าถึงสองเท่า และ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ จาก เชลซี ยังมีสถิติสกัดบอลได้ถึง 3 ครั้งต่อเกม ขณะเดียวกันอัตราการจ่ายบอลในจังหวะสำคัญของเขาก็ลดเหลือเพียง 0.9 ครั้งต่อเกม ซึ่งก็พอจะชี้ชัดแล้วว่าผลงานของเขาในช่วงนี้ต่างจากเดิมไปมากเลยทีเดียว

สล็อต

  1. มาร์เซโล่ เรอัล มาดริด
    ปิดท้ายกันที่ มาร์เซโล่ ยอดแบ็คซ้ายจาก เรอัล มาดริด เขาย้ายมาร่วมงานในถิ่นเบร์นาเบวตั้งแต่ปี 2007 ก่อนจะกลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นฟูลแบ็คที่เล่นเกมรุกได้โดดเด่นมากที่สุดในโลกคนหนึ่ง หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ผู้เล่นที่ชื่อ มาร์เซโล่ เป็นแนวรับที่เล่นเกมรุกได้ดีที่สุดคนหนึ่งก็เพราะความเขาใจกันระหว่างเขาและ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซึ่งการมีอยู่ของทั้งคู่ทำให้สร้างความกดดันต่อแนวรับคู่ต่อสู้ได้ไม่น้อยเลยทีเดียว หลังจากที่เฉิดฉายร่วมกับ เรอัล มาดริด มานาน ช่วงสิ้นสุดเวลาอันรุ่งโรจน์ของเขาก็มาถึงพร้อมกับตอนที่ แฟร์กล็อง เมนดี้ เริ่มฉายแสง เมื่อมีแข้งที่สดกว่า หนุ่มกว่า เร็วกว่า เทคนิคมากกว่ามาแทนที่ ฟูลแบ็ควัย 32 จึงแทบจะหมดโอกาสไปในทันที เพราะในฤดูกาลนี้เขาใช้เวลาส่วนมากในการเชียร์เพื่อนร่วมทีมอยู่ข้างสนามเท่านั้น โดยมีเพียง 8 นัดเท่านั้นที่เขาได้รับโอกาสในทุกรายการ